วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สร้างนาฬิกาแดดอย่างง่าย

นาฬิกาแดด

เรารู้ว่าขณะนี้เป็นเวลาใดอย่างคร่าวๆ  โดยดูจากตำแหน่งการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์
แต่มันจะสะดวกมากขึ้นหากมีเครื่องมือช่วยแทนที่จะคอยแหงนคอมองขึ้นไปบนท้องฟ้า 
นั่นก็คือ การทำนาฬิกาแดด  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้
ประโยชน์อีกทางหนึ่ง


อุปกรณ์

1. กระดาษแผ่นไม่ต้องหนามาก

2. กระดาษอัดหรือไม้อัด


3. เข็มทิศ

4. ดินสอหรือปากกา

5. ไม้โปรแทรกเตอร์


ลงมือทำ

1.ตัดกระดาษออกเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉากให้มีขนาด15x15x20ซม.ดังรูป
   ตรงส่วนฐานให้เผื่อกระดาษไว้อีก 1 ซม.เพื่อสำหรับพับให้ตั้งได้

2. วาดครึ่งวงกลมลงบนแผ่นไม้อัดหรือกระดาษอัด  โดยให้มีรัศมีเท่ากับ 15 ซม.


3. ติดกระดาษสามเหลี่ยมลงบนแผ่นไม้อัด  และนำไปตั้งไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง 
    โดยวางไว้ในแนวเหนือ – ใต้ 

นาฬิกาแดดทำงานได้อย่างไร
เราต้องคอยสังเกตเงาของกระดาษสามเหลี่ยมทุกๆ ชั่วโมงและทำเครื่องหมายตำแหน่งของเงาไว้บนแผ่นไม้อัด
และเขียนเวลากำกับไว้ด้วย  ซึ่งเงาที่ทอดลงจะเปลี่ยนความยาวและต่ำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงสุดเวลากลาง
วันและตกตอนเย็น  ดังนั้นเมื่อเราบันทึกตำแหน่งของเงาจนครบทุกชั่วโมงแล้ว  ในวันต่อไปเราก็สามารถใช้เป็น
นาฬิกาบอกเวลาได้  แต่นาฬิกานี้จะแม่นยำน้อยลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงฤดูกาล
ที่มาของข้อมูล

วันวิทยาศาสตร์กับเหตุการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ในสมัยราชการที่๔

           พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถปรับปรุงสยามประเทศให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทรงรับเอาศิลปวิทยาการและความคิดสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการปกครองประเทศ ด้วยเหตุนี้องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) จึงได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกด้วยพระราชกรณียกิจและพระเกียรติคุณนานัปการ โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านดาราศาสตร์
           เนื่องด้วยพระองค์ทรงสนพระทัยวิชาคณิตศาสตร์และวิชาดาราศาสตร์ในตำราโหราศาสตร์ของไทย ในที่สุดพระองค์ทรงค้นคิดวิธีการคำนวณปักข์ (ครึ่งเดือนทางจันทรคติ) โดยอาศัยหลักตำราสารัมภ์ของมอญ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดวันธรรมสวนะ (วันพระ) ให้ถูกต้องตามการโคจรของดวงจันทร์ที่เรียกว่า ปฏิทินปักขคณนา ยิ่งกว่านั้น พระองค์ได้ทรงคิดสูตรสำเร็จในการคำนวณปักข์ออกมาในรูปกระดานไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเครื่องหมายเรียงเป็นแถว ๑๐ แถว แต่ละแถวมีจำนวนต่างกัน และมีเครื่องหมายแทนดวงดาว ๕ ดวง เดินเคลื่อนไหวเหนือแถวเหล่านั้นคล้ายกับเดินตัวหมากรุก ก็จะได้วันพระที่ถูกต้องโดยไม่ต้องเสียเวลาคำนวณ เรียกว่า กระดานปักขคณนา ปัจจุบันนี้คณะธรรมยุตยังคงใช้กันอยู่ สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นสาเหตุที่จุดประกายให้พระองค์ทรงเริ่มสนพระทัยในวิชาดาราศาสตร์อย่างจริงจัง
          ในพระราชฐานของพระองค์ทั้งที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดจะมีหอดูดาว โดยเฉพาะหอชัชวาลเวียงไชยนี้มีความสำคัญมากในประวัติศาสตร์วิชาดาราศาสตร์ของไทย ด้วยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นสถานที่สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ในการรักษาเวลามาตรฐานของประเทศไทยต่อไป ดังนั้นหอนี้จึงเป็นอนุสรณ์แห่งสัมฤทธิผลในทางวิทยาศาสตร์เรื่องระบบเวลา พระองค์ทรงสถาปนาระบบเวลามาตรฐานขึ้นในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๕ โดยสร้างพระที่นั่งภูวดลทัศไนยขึ้นในพระบรมราชวัง ใช้เป็นหอนาฬิกาหลวงบอกเวลามาตรฐานของประเทศไทยสมัยนั้น โดยมีพนักงานตำแหน่งพันทิวาทิตย์ เทียบเวลาตอนกลางวันจากดวงอาทิตย์ และพันพินิตจันทรา เทียบเวลาตอนกลางคืนจากดวงจันทร์
           นอกจากนี้พระองค์ยังได้ทรงคำนวณเหตุการณ์ล่วงหน้าถึง ๒ ปีว่า วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ จะเกิดเหตุการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในประเทศไทย ที่ที่จะเห็นเหตุการณ์สุริยุปราคาชัดเจนที่สุดก็คือ หมู่บ้านหัววาฬ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระองค์จึงเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรเหตุการณ์สุริยุปราคาที่นั่น และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่พระองค์ทรงพยากรณ์ทุกประการ ไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่วินาทีเดียว ทางสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะทางด้านดาราศาสตร์จึงคิดกันว่า น่าจะถือว่าวันนี้เป็นวันวิทยาศาสตร์ของไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติในการประชุม เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ เพื่อเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย" พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ ๑๘ สิงหาคมของทุกปีเป็น "วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ"
           ดังนั้น ในวันที่ ๑๘ สิงหาคมของทุกปี ได้มีการจัดงานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติขึ้นทั่วประเทศ โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา โดยมีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงานเป็นหน่วยงานหลักในการจัดร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งภาครัฐ และเอกชน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ งานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติได้รับการขยายให้เป็นงาน "สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ" ในงานนี้มีการจัดกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากมาย เช่น นิทรรศการ ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ รวมทั้งการแข่งขันโครงการทางวิทยาศาสตร์ และสื่อการสอนวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นในสาขาวิชาต่างๆ อีกด้วย
วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
๑. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย"
๒. เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ
๓. เพื่อสนับสนุนให้กำลังใจและโอกาสแก่นักวิจัย นักประดิษฐ์ ได้แสดงผลงานต่อสาธารณชน
๔. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่าภาครัฐและเอกชนในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
๕. เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นวิถีทางหนึ่งของการแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ที่มาของข้อมูล
http://www.lib.ru.ac.th/journal/aug/aug18-ScienceDay.html

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ข่าวเกี่ยวกับดาราศาสตร์และการสำรวจอวกาศ

ค้นหาภูเขาไฟบนดาวเคราะห์ดวงอื่น ไม่ใช่เรื่องยาก

11 ก.ย. 2553 รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
          นักดาราศาสตร์พบวิธีใหม่ในการค้นหาการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่บนดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่นได้แล้ว เป็นช่องทางใหม่ในการศึกษาดาวเคราะห์ที่ไกลโพ้นอีกทางหนึ่ง
          ปัจจุบันเทคโนโลยีทางดาราศาสตร์สามารถถ่ายภาพดาวเคราะห์ที่อยู่ระบบสุริยะอื่น หรือดาวเคราะห์ที่เป็นบริวารของดาวฤกษ์ดวงอื่นได้แล้ว แต่ภาพที่ดีที่สุด ก็เป็นได้เพียงจุดแสงจางเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นที่จะมองเห็นรายละเอียดบนพื้นผิวได้ แม้นักดาราศาสตร์คาดว่าเทคโนโลยีที่จะทำให้เรามองเห็นพื้นผิวของดาวเคราะห์ต่างระบบสุริยะยังอยู่ห่างออกไปอีกหลายทศวรรษ แต่การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าสำหรับการตรวจจับกิจกรรมทางภูเขาไฟบนดาวเคราะห์เหล่านั้น น่าจะอยู่ในวิสัยที่เทคโนโลยีปัจจุบันทำได้
          เมื่อเกิดภูเขาไฟเกิดการปะทุขึ้น จะปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก ภูเขาไฟจึงเป็นแหล่งซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่สำคัญที่สุดในบรรยากาศโลก หากโลกไม่มีภูเขาไฟแล้ว บรรยากาศของเราจะมีซัลเฟอร์ไดออกไซค์เป็นสัดส่วนน้อยกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้มาก บนดาวเคราะห์ประเภทโลกในระบบสุริยะอื่นก็น่าจะเป็นแบบนี้เช่นกัน การตรวจจับซัลเฟอร์ไดออกไซด์จึงเป็นวิธีหนึ่งในการค้นหากิจกรรมทางภูเขาไฟในดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกลได้
          เทคนิคใหม่ที่นักดาราศาสตร์คิดค้นขึ้นมาในการค้นหาซัลเฟอร์ไดออกไซด์นี้อาศัยปรากฏการณ์ที่เรียกว่า อุปราคาทุติยภูมิ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ดาวเคราะห์อ้อมไปอยู่ด้านหลังดาวฤกษ์แม่และถูกดาวฤกษ์แม่บดบังจนมิด
    นักดาราศาสตร์จะบันทึกสเปกตรัมของแสงจากทั้งระบบตลอดเวลา สเปกตรัมที่วัดได้ในช่วงที่ดาวเคราะห์ไม่ถูกบังจะเป็นผลรวมของทั้งแสงดาวฤกษ์และแสงดาวเคราะห์ ส่วนในช่วงของดาวเคราะห์ถูกดาวฤกษ์บดบัง แสงที่ได้ก็จะเป็นแสงจากดาวฤกษ์เพียงอย่างเดียว เมื่อหักลบแสงที่วัดได้จากทั้งสองช่วงนี้ ผลต่างก็คือแสงที่ได้จากดาวเคราะห์เพียงลำพัง ซึ่งนักดาราศาสตร์แยกสเปกตรัมเพื่อหาองค์ประกอบทางเคมีของดาวเคราะห์ดวงนั้นได้
          โลกในยุคเริ่มต้นมีภูเขาไฟปะทุบ่อยกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมาก ดังนั้นนักดาราศาสตร์จึงเชื่อว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นก็คงเป็นเช่นเดียวกัน การศึกษาภูเขาไฟบนดาวเคราะห์ดวงอื่นจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ต้นกำเนิดของดาวเคราะห์ด้วย 

พบดาวเคราะห์ใหม่ ชื่อสุดเซ็กซี่

24 ส.ค. 2553 รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
          เมื่อเดือนที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์จากคาลเทคได้รายงานว่า ค้นพบดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่นดวงใหม่ ดวง ในจำนวนนี้ เป็นบริวารของดาวเอชดี 200964 สองดวง และเป็นบริวารของดาว 24 เซกซ์แทนต์อีกสองดวง
          ดาวเอชดี 200964 เป็นดาวฤกษ์อายุมากใกล้สิ้นอายุขัย อยู่ห่างจากโลก 223 ปีแสง ดาวเคราะห์สองดวงของดาวดวงนี้เป็นดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ที่มีมวลมากกว่าดาวพฤหัสบดีทั้งคู่ โคจรอยู่ห่างกันแค่ 52.3 ล้านกิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะใกล้กันมากที่สุดเท่าที่นักดาราศาสตร์เคยพบเห็น  ลองเปรียบเทียบกับดาวยักษ์คู่ระบบสุริยะของเรา ดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ อยู่ห่างกัน 531 ล้านกิโลเมตร
          เรื่องนี้เป็นสิ่งที่นักดาราศาสตร์ไม่เคยคิดว่าจะได้พบเห็น เพราะดาวเคราะห์ยักษ์ที่อยู่ใกล้กันมากเช่นนี้ มีโอกาสที่จะทำลายกันเองได้ง่ายหากโคจรผิดจังหวะ จึงเป็นที่น่าแปลกใจว่าดาวเคราะห์คู่นี้รอดมาได้อย่างไรถึงปัจจุบัน
          เนื่องจากดาวเคราะห์ทั้งสองเป็นดาวเคราะห์ใหญ่มาก และอยู่ใกล้กันมาก อิทธิพลด้านแรงดึงดูดที่มีต่อกันจึงสูงมาก เช่นกรณีของดาวเคราะห์แก๊สคู่นี้ ออกแรงดึงดูดกันแรงกว่าที่โลกดึงดูดดวงจันทร์ถึง 700 เท่า
          ส่วนดาวเคราะห์อีกคู่หนึ่งก็โคจรอยู่ใกล้กันมากเช่นกันที่ระยะ 112.6 ล้านกิโลเมตร แต่ดาวคู่นี้ดูเหมือนจะเป็นที่สนใจมากกว่า โดยเฉพาะต่อสื่อหรือบุคคลนอกวงการดาราศาสตร์ นั่นเพราะชื่อที่แสนสะดุดหูนั่นเอง
          ดาวเคราะห์สองดวงนี้ โคจรรอบดาวฤกษ์ที่ชื่อ 24 เซกซ์แทนต์ ซึ่งหมายถึงเป็นดาวฤกษ์ลำดับที่ 24 ในกลุ่มดาวเซกซ์แทนต์ ดาวดวงนี้อยู่ห่างจากโลก 244 ปีแสง 
          ตามธรรมเนียมทั่วไปการตั้งชื่อดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น จะใช้ชื่อของดาวฤกษ์แม่นั้นขึ้นต้น แล้วต่อท้ายด้วยอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็กหนึ่งตัว เริ่มตั้งแต่ตัวบี (b) ดวงแรกที่ค้นพบ ก็จะได้ตัวบี (b) ดวงที่สองก็ใช้ตัวซี (c) เช่นนี้เรื่อยไป ส่วนอักษรเอ (a) สงวนไว้สำหรับเรียกดาวฤกษ์แม่เอง
ในกรณีบริวารสองดวงของดาว 24 เซกซ์แทนต์ จึงได้ชื่อว่า 24 เซกซ์แทนต์บี (24 Sextantis b) และ 24 เซกซ์แทนต์ซี (24 Sextantis c) ซึ่งเขียนย่อได้เป็น 24 เซกซ์บี (24 Sex b) กับ 24 เซกซ์ซี (24 Sex c) ซึ่งนี่ก็คือที่มาของชื่อชวนสะดุดหูของดาวเคราะห์ดวงนี้นั่นเอง

ที่มาของข้อมูล
http://thaiastro.nectec.or.th/news/index.php

อาชีพของนักดาราศาสตร์

นิยามอาชีพ

ศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับโครงสร้างการวิวัฒนาการ ขอบเขตและการแผ่พลังงานของเอกภพ : ศึกษาขนาด มวล รูปร่าง ระยะทาง การเคลื่อนที่วงโคจร ลักษณะส่วนประกอบ และโครงสร้างของวัตถุท้องฟ้า ศึกษาการก่อกำเนิดและวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ดาวคู่ ดาวกระจุก และกาแล็กซี ศึกษาอุณหภูมิ ความสว่าง องค์ประกอบเคมีและโครงสร้างภายในของดาวฤกษ์ และวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ โดยใช้กล้องโทรทรรศน์และเครื่องบันทึกสัญญาณต่างๆ เช่น สเปกโทรกราฟ โฟโตมิเตอร์ อินเตอร์เฟียโรมิเตอร์ เป็นต้น ศึกษาวัตถุท้องฟ้าในช่วงความยาวคลื่นอื่นๆ เช่น วิทยุอุลตราไวโอเลต อินฟาเรด เอ็กซเรย์ เป็นต้น สังเกตวัตถุบนฟ้าด้วยกล้องโทรทรรศน์เพื่อคำนวณตำแหน่งของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ คำนวณโคจรของดาวเคราะห์ ดาวหาง และดาวเคราะห์น้อย ศึกษาปรากฏการณ์บนท้องฟ้า เช่น อุปราคา ฝนดาวตก แสงเหนือ แสงใต้ เป็นต้น ศึกษากลุ่มดาว และสร้างแผนที่ดาว พัฒนาตารางคำนวณตำแหน่งและเวลาขึ้น – ตก ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์ เพื่อประโยชน์ทางคมนาคมทางอากาศและทางเรือ กำหนดเวลามาตรฐานสากลโดยการสังเกตวัตถุท้องฟ้า ประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารผ่านดาวเทียม ทำวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารผ่านดาวเทียม ทำวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ทางดาราศาสตร์ ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือ ตลอดจน สร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยอาศัยเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อใช้ในการสังเกตการณ์ บันทึกรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านดาราศาสตร์

ลักษณะของงานที่ทำ


นักดาราศาสตร์ในประเทศไทย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็น นักวิชาการ และอาจารย์ ในสถาบันระดับอุดมศึกษา หรือมหาวิทยาลัยที่ทำการเปิดสอนภาควิชาฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ หรือโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา หน่วยวิจัยดาราศาสตร์ สมาคมดาราศาสตร์ เป็นต้น โดยมีภาระกิจเกี่ยวข้องดังนี้
1. บรรยาย สอน เผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวกับดาราศาสตร์ อวกาศ สภาพอวกาศ ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเพื่อให้เข้าใจถึงวิวัฒนาการของดวงดาว และโลกอันเป็นเรื่องใกล้ตัวและมีผลกระทบกับชีวิตประจำวัน โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาของสถาบันการศึกษาในประเทศและต่างประเทศ
2. ศึกษา ค้นคว้า วางแผนการวิจัย และการเตรียมการสังเกตการณ์ระดับชาติ โดยนำผลการศึกษาปรากฏการณ์บนท้องฟ้า มาประมวลผลวิเคราะห์และจัดทำเป็นรายงานเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบ
3. จัดประชุมสัมมนาทางดาราศาสตร์ ในเรื่องการเรียนการสอน และการวิจัยทางด้านดาราศาสตร์
4. ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการปรับปรุงสารสนเทศทางด้านดาราศาสตร์ เพื่อกระตุ้นให้คนไทย มีความสนใจ
ต่อเรื่องราวที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากขึ้น และให้กลุ่มสนใจทางดาราศาสตร์สามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้
ได้มากขึ้น
5. ประสานความร่วมมือทางด้านวิชาการเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลทางดาราศาสตร์ร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ กรมชลประทาน กรมแผนที่ทหาร กรมทรัพยากรธรณี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี อุทยานวิทยาศาสตร์หว้ากอ และองค์การระหว่างประเทศ ฯลฯ เพื่อจัดทำสารสนเทศทางด้านดาราศาสตร์
6. จัดทำหลักสูตรหรือกิจกรรม เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์บนท้องฟ้าแก่ประชาชนและเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมอย่างทั่วถึง ร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน สมาคมดาราศาสตร์ หรือชมรมดาราศาสตร์ของจังหวัดต่างๆ ที่มีนักวิชาการหรืออาจารย์สอนด้านดาราศาสตร์ประจำอยู่ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น การเกิดพายุสุริยะ การเกิดสภาพความแปรปรวนของบรรยากาศชั้นไอโอโนสเพียร์ และบรรยากาศชั้นบนของโลกที่เป็นสาเหตุทำให้สถานีไฟฟ้าขัดข้อง ระบบสื่อสารดาวเทียมบกพร่อง และระบบเตือนภัยบนเครื่องบินขัดข้อง เป็นต้น



สภาพการจ้างงาน

ผู้ประกอบอาชีพนี้ ที่เรียกว่านักดาราศาสตร์จะมีน้อยมาก โดยนักดาราศาสตร์จะปฏิบัติงานอยู่ในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ส่วนผู้ที่จบการศึกษาสาขาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องส่วนมากจะประกอบอาชีพในหน่วยงานราชการโดยเป็นนักวิชาการหรืออาจารย์ในสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยและโรงเรียน
อัตราเงินเดือนสำหรับอาจารย์ – นักวิชาการ ในหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษาภาคเอกชน จะได้รับอัตราเงินเดือนที่แตกต่างกัน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี รับราชการจะได้รับเงินเดือนๆ ละ 7,260 บาท จะได้รับสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล และการลาศึกษาต่อตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
สำหรับนักวิชาการและอาจารย์ในภาคเอกชน จะได้รับเงินเดือน ประมาณเดือน ละ 10,000 บาท ขึ้นไป ได้รับสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล และอื่นๆ ตามกฎหมายแรงงานกำหนด อาจได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาต่อตามนโยบายและข้อตกลงของสถาบันการศึกษานั้นๆ  




สภาพการทำงาน

ผู้ประกอบอาชีพนี้ ส่วนใหญ่จะติดต่อประสานงานและร่วมประชุมเพื่อจัดเตรียมการสังเกตปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้า และทำการวิจัย ดังนี้
1. จัดเตรียมแผนงานและกิจกรรมด้านวิชาการเมื่อมีการออกสังเกตการณ์
2. กำหนดแผนการเดินทางไปสังเกตการณ์ ตามบริเวณที่คาดว่าจะเกิดปรากฏการณ์ โดยอาจทำภาพจำลองของปรากฏการณ์ในคอมพิวเตอร์ล่วงหน้าเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้เข้าใจตามหลักวิทยาศาสตร์
3. เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการสังเกตการณ์ เช่น กล้องดูดาว กล้องถ่ายภาพ พร้อมฐานควบคุม กล้อง
ถ่ายภาพแบบสะท้อนแสง ระบบถ่ายภาพที่ทันสมัย แผนที่ดูดาว เป็นต้น
4. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชนเพื่อขอความร่วมมือในการ
เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับปรากฏการณ์นั้นๆ รวมทั้งผลงานทางวิชาการสู่สาธารณชน
5. รวบรวมข้อมูลการประเมินผล และผลการวิเคราะห์ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าแต่ละครั้งเพื่อจัดทำแผนการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์ของประเทศ ซึ่งการสังเกตการณ์แต่ละครั้งจะต้องมีการเดินทางออกไปสังเกตการณ์หลายสถานที่ บางครั้งต้องไปในสภาพพื้นที่ป่าเขาและอาจมีผู้ร่วมเดินทางจากหลากหลายวิชาชีพ รวมทั้งผู้สนใจทางดาราศาสตร์



คุณสมบัติผู้ประกอบอาชีพ

1. เพศหญิง หรือเพศชาย
2. วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ดาราศาสตร์อวกาศ
3. มีความสนใจในวิชาชีพ
4. สนใจศึกษาค้นคว้าวิจัย ในเรื่องดาราศาสตร์ และอวกาศอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่า สามารถสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ที่ปิดสอนคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง


โอกาสในการมีงานทำ

ผู้สนใจเป็นนักดาราศาสตร์ สามารถที่จะปฏิบัติงานด้านการสอนเรื่องดาราศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไป สอนวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ในมหาวิทยาลัยที่มีภาควิชาฟิสิกส์ สาขาวิชาดาราศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ หรืออาจจะปฏิบัติงานรับราชการในกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือกรมอุตุวิทยา เป็นต้น


โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ

ผู้ประกอบอาชีพนี้ที่รับราชการ จะได้รับเลื่อนขั้นตามความสามารถและผลงาน ควรศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก จนอาจได้รับการปรับเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าส่วนงาน เช่น ผู้อำนวยการ รองอธิบดี อธิบดี



อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง

เป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ในเรื่องดาราศาสตร์ ดาราศาสตร์อวกาศ และสภาพอวกาศ นักเขียนหนังสือเกี่ยวกับดาราศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาให้กับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์

ที่มาของข้อมูล

http://learning.eduzones.com/jybjub/13876

เพลงเกี่ยวกับดวงดาว

เพลงดวงดาวแห่งรัก

เก็บเอาไว้คำว่ารักไม่อาจจะพูดไป
เมื่อเธอนั้น มีคนนั้นเคลียคลออยู่ข้างกาย
อยากจะหนีไปให้พ้น ยิ่งเจอยิ่งปวดใจ
รักเธอแล้วจับจองไม่ได้อย่างนี้

ค่ำคืนฉันร้อนรน พิษรักมันทำให้ใจเหม่อ
หน้าเธอปรากฏให้เจอได้ทุกที่
แหงนมองดาวบนฟ้าไกล
เห็นเธอเพียงเศษเสี้ยวนาที
ไม่อาจหนีภาพเขาที่เข้ามา

ดาวดวงนั้น ถ้ามันเป็นดาวของเธอกับเขา
รู้ไหมฉันเฝ้ามองดูด้วยความอิจฉา

โอ้ดวงดาวแห่งรัก ช่างสวยงามตา
แต่ฉันจะภาวนาให้มันตก
ขอให้ดาวตก ตกจากฟ้า
ให้รักของเธอร้าวราน

หลับก็เพ้อตื่นก็แพ้ อ่อนแอลงทุกวัน
ผิดที่คิดผิดที่หวัง นิยายคนช่างฝัน
ปลงเถอะนะหยุดเถอะนะ
ยิ่งห้ามยิ่งดื้อรั้น ฝันสลายโทษใครไม่ได้ก็รู้

ค่ำคืนฉันร้อนรน พิษรักมันทำให้ใจเหม่อ
หน้าเธอปรากฏให้เจอได้ทุกที่
แหงนมองดาวบนฟ้าไกล
เห็นเธอเพียงเศษเสี้ยวนาที
ไม่อาจหนีภาพเขาที่เข้ามา

ดาวดวงนั้น ถ้ามันเป็นดาวของเธอกับเขา
รู้ไหมฉันเฝ้ามองดูด้วยความอิจฉา

โอ้ดวงดาวแห่งรัก ช่างสวยงามตา
แต่ฉันจะภาวนาให้มันตก
ขอให้ดาวตก ตกจากฟ้า
ให้รักของเธอร้าวราน

ไม่อยากให้เธอรักเขาจริง
อยากให้เขาทิ้งเธอไป
เพราะว่าฉันรักเธอมากมาย
ก็ไม่อยากเป็นคนคิดร้ายอย่างนี้เลย

ดาวดวงนั้น ถ้ามันเป็นดาวของเธอกับเขา
รู้ไหมฉันเฝ้ามองดูด้วยความอิจฉา

โอ้ดวงดาวแห่งรัก ช่างสวยงามตา
แต่ฉันจะภาวนาให้มันตก
ขอให้ดาวตก ตกจากฟ้า
ให้รักของเธอร้าวราน

โอ้ดวงดาวแห่งรัก ช่างสวยงามตา
แต่ฉันจะภาวนาให้มันตก
ขอให้ดาวตก ตกจากฟ้า
ให้รักของเธอร้าวราน

เพลงดาว

มองท้องฟ้า ดูเวลาโดยใช้ดวงดาว
ในรุ่งเช้า ดาวจะเลือนลางหาย
และจากไป
*เลื่อนลอยมันไปอย่างนี้
ฉัน(มันคงไม่มีใครมาสนใจ)(มองไปกี่ทียังไม่เห็นใคร)
ทิศทางบางที่ไม่รู้ หันเงยมองขึ้นดู
ดาวบอกฉันได้
**ฝากชีวิตกับเธอครั้งก่อน
บั่นทอนฉันทั้งหัวใจ
บอกกันแล้วจะมาหาใหม่
แล้วก็ไม่เคย.. ฝากชีวิตกับดาวไว้
แม้ไม่ได้กอดฉันไม่เสียใจเลย
เพราะคืนนี้..มีดาวอยู่กับฉัน

เธอเงียบหายโดยไม่มีแววย้อนคืนมา
ดาวทั้งฟ้าตอนกลางคืนยังแวะมาปลอบใจ
*/**

แต่..วันคืนไหนเมฆหมอกมาบัง
ปิดดาวดวงนั้น จะหมดกำลัง
**
 
ที่มาของข้อมูล
เพลงดวงดาวแห่งรักhttp://www.pleng.com/song.php?song_id=002333